คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยิน

เอกสารประกอบ  

รศ.พญ.สุวิชา  แก้วศิริ




หู แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ

        1. หูชั้นนอก ประกอบด้วย ใบหู ช่องหู แก้วหู

        2. หูชั้นกลาง ประกอบด้วย กระดูกหู ค้อน ทั่ง โกลน โพรงหูชั้นกลาง โดยมีท่อปรับความดันติดต่อกับช่องหลังโพรงจมูก

        3. หูชั้นใน ประกอบด้วย อวัยวะรับเสียงรูปหอยโข่ง อวัยวะรับการทรงตัวเมื่อหูรับเสียง จะส่งผ่านสัญญาณเสียงผ่านเส้นประสาทการได้ยินและสมองให้รับรู้เสียง

        เมื่อหูรับเสียง จะส่งผ่านสัญญาณเสียงผ่านเส้นประสาทการได้ยินและสมองให้รับรู้เสียง    

        ความผิดปกติของหูชั้นนอกและหูชั้นกลางทำให้เกิด การสูญเสียการได้ยินจากการนำเสียงเสื่อม เช่น ขี้หูอุดตัน หูชั้นนอกอักเสบ ช่องหูตีบ หูผิดรูปแต่กำเนิด หูชั้นกลางอักเสบ กระดูกหูติดหรือหลุด การบาดเจ็บจากการกระแทกหรือจากแรงดันต่อหู

        ความผิดปกติของหูชั้นในและเส้นประสาทหูทำให้เกิด การสูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อม เช่น การรับเสียงดัง การใช้ยาที่เป็นพิษต่อหู การติดเชื้อของหูชั้นใน หูตึงสาเหตุจากสูงอายุ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันเนื้องอกของเส้นประสาทห



การสูญเสียการได้ยินแบบผสม คือ มีการสูญเสียการได้ยินทั้งจากการนำเสียงเสื่อมและประสาทหูเสื่อม

ข้อควรปฏิบัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียการได้ยิน

        1. หลีกเลี่ยงการรับเสียงดัง หากจำเป็นควรใช้เครื่องมือป้องกันเสียง เช่น ปลั๊กอุดหู ที่ครอบหู เป็นต้น

        2. ไม่แคะหู

        3. ระมัดระวังการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ การติดเชื้อหวัด สิ่งแปลกปลอมเข้าหู

        4. ดูแลรักษาสุขภาพทั่วไป ออกกำลังกายและควบคุมโรคประจำตัว (ถ้ามี) อย่างสม่ำเสมอ

        5. หากมีอาการผิดปกติทางหู เช่น หนองไหลจากหู ปวดหู การได้ยินลดลง เสียงรบกวนในหู หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน ควรมาพบแพทย์หู คอ จมูก

        6. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่เป็นพิษต่อหู ควรตรวจสอบยาที่ใช้หรือแจ้งแพทย์ก่อนจ่ายยาให้ท่าน รายการยาที่เป็นพิษต่อหู ได้แก่


ยากินหรือฉีด

        1. ยาปฎิชีวนะ

        1) Aminoglycosides

                - Amikacin

                - Dihydrostreptomycin

                - Gentamicin

                - Kanamycin

                - Neomycin

                - Netilmicin

                - Paromomycin

                - Spectinomycin

                - Streptomycin

                - Tobramycin

        2) Macrolides

                - Azithromycin

                - Clarithromycin

                - Erythromycin

                - Ketolides (telithromycin)

        3) Chloramphenicol

        4) Polymyxin B

        5) Vancomycin

 

        2. ยาขับปัสสาวะ

            - Furosemide

            - Bumetanide

            - Ethacrynic acid

            - Others (piretanide, azosemide, triflocin, indapamide)

 

        3. ยาต้านมะเร็ง

        1) Platinum compound

                - Cisplatin

                - Carboplatin

                - Oxaliplatin

                - Others

                (nedaplatin, AMD-473, satraplatin)

        2) Vinca alkaloids

                - Vinblastine

                - Vincristine

                - Vinorelbine

        3) Bleomycin

        4) Nitrogen mustard

 

        4. ยาลดการอักเสบ

                - Salicylates (ASA)

                - NSAIDs

                - Quinine

 

        5. ยาขับเหล็ก

                - Desferrioxamine(DFO)

 

        6. โลหะหนัก

                - Mercury

                - Lead

 

        7. น้ำยาฆ่าเชื้อ

                - Chlorhexidine

                - Alcohol

 

ยาหยอดหู Aminoglycoside

            - Gentamicin

            - Neomycin/ polymyxin

            - Chloramphenicol


ข้อแนะนำสำหรับผู้ฟังที่มีการสูญเสียการได้ยิน

        1. เลือกสถานที่เงียบและมีแสงสว่างพอเพียง

        2. มองหน้าคู่สนทนา อ่านปากและสังเกตการแสดงสีหน้า

        3. ตั้งใจฟัง

        4. ใช้เครื่องช่วยฟัง (ถ้ามี)

        5. ค้นหาว่าเหตุใดจึงมีความลำบากในการสื่อสาร เช่น สาเหตุจากผู้พูด สิ่งแวดล้อม เนื้อหาที่สื่อสาร หรือตนเอง

        6. หากอยู่ในสถานการณ์ที่สื่อสารได้ลำบาก ควรแจ้งคู่สนทนาให้ชัดเจน เช่น หากผู้พูดพูดเบาไป ควรบอกให้พูดดังขึ้น แทนคำพูดว่า อะไรนะ

        7. แจ้งคู่สนทนาว่ามีการสูญเสียการได้ยิน

        8. เตรียมพร้อมและวางแผนสำหรับการสนทนา หากอยู่ในสถานการณ์ที่สื่อสารได้ลำบาก

        9. อย่าแกล้งทำเป็นว่าเข้าใจ ควรแจ้งให้ผู้พูดทราบว่าแท้จริงแล้ว ได้ยินว่าอย่างไร

        10. คิดในด้านบวก อดทน และงดการต่อว่าผู้อื่นหรือตนเอง

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้พูด เมื่อต้องพูดกับผู้ที่มีการสูญเสียการได้ยิน

        1. ให้ผู้ฟังตั้งใจฟัง ก่อนจะเริ่มพูดอาจเรียกชื่อให้หันหน้ามาก่อน

        2. ไม่มีสิ่งของหรือมือบังหน้าและปากขณะพูด

        3. มองหน้าผู้ฟังให้ผู้ฟังเห็นหน้าและปากขณะพูด

        4. งดพูดข้ามห้อง ระยะที่ดีที่สุดเมื่อพูด คือ ห่างประมาณ 3-6 ฟุต

        5. พูดให้ช้าและชัดเจนอย่างเป็นธรรมชาติไม่ต้องเน้นคำจนเกินปกติ

        6. พูดดังขึ้น แต่ไม่ต้องตะโกน

        7. พูดด้วยน้ำเสียงปกติ

        8. ถ้าผู้ฟังไม่ได้ยิน ให้พูดซ้ำใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่ได้ยิน ให้เปลี่ยนรูปประโยคใหม่ ไม่ควรพูดซ้ำเดิม

        9. อย่าตัดผู้เสียการได้ยินออกจากวงสนทนา ควรช่วยให้มากที่สุด

        10. คิดในด้านบวก อดทนและเข้าใจผู้ฟังที่มีการสูญเสียการได้ยิน

 

ผลการตรวจการได้ยินของท่าน วันที่ ........................ มีระดับการได้ยินเฉลี่ย

หูขวา = ………. เดซิเบล   หูซ้าย = ………. เดซิเบล

 

เอกสารอ้างอิง

1. http://www.vestibular.org/images/ear_diagram_lg.gif

2. พิชิต สิทธิไตรย์, สายสวาท ไชยเศรษฐ, สุวิชา แก้วศิริ, ศณัฐธร เชาวน์ศิลป์ บรรณาธิการ. ตำราหู คอ จมูก สำหรับ

เวชปฏิบัติทั่วไป. ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4. เชียงใหม่ : บริษัท แลงเกวจ เซ็นเตอร์ แอนด์ แอดเวอร์ทิสเมนท์ จำกัด; 2560.


ข้อมูลจาก

ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter




Facebook : SriphatMedicalCenter