ต้อกระจกและวิธีการรักษา

นพ.ณวัฒน์  วัฒนชัย (จักษุแพทย์)

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-007-R-00


      เมื่อคนเราเริ่มจะสูงอายุขึ้น ก็จะเริ่มเกิดการเสื่อมตามอวัยวะต่างๆ เช่น ข้อเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม สมองเสื่อม หูตึง หากเกิดที่ตาโดยเฉพาะเลนส์ตาจะทำให้ตามัว เรียกว่า ต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะที่เลนส์แก้วตาที่อยู่ภายในลูกตาขุ่น ทำให้ตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด  อ่านหนังสือไม่ชัด อาการจะเป็นอย่างช้าๆ  จนกระทั่งไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันเป็นปกติได้ จึงควรปรึกษาจักษุแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ

อาการของต้อกระจก มีดังนี้

-             ตามัว ฝ้า คล้ายมีหมอกบัง

-             แพ้แสงเวลาออกกลางแจ้งตาจะพร่า

-             เวลาขับรถกลางคืน ตาจะพร่ามากเห็นไฟหน้ารถแตกเป็นแฉก

-             อ่านหนังสือต้องใช้แสงจ้าๆ

-             สายตาสั้นเพิ่มขึ้น ต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อย   

ปัจจัยเสี่ยง

       ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด คือ อายุ พบว่าผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี จะมีต้อกระจกอยู่แล้วบางส่วน ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่

  • โรคเบาหวาน
  • ประวัติครอบครัวเป็นต้อกระจก
  • เคยได้รับอุบัติเหตุที่ตา
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
  • เจอแสงแดดมาก
  • สูบบุหรี่

การคัดกรอง

  • อายุ 40-50 ปี ควรตรวจตาทุก 2-4 ปี
  • อายุมากกว่า 50 ปี และผู้ที่เป็นเบาหวานควรตรวจทุก 1-2 ปี
  • ตรวจตาเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น ตามัว แพ้แสง ฯลฯ

การรักษา

     การรักษาต้อกระจกถ้าเป็นไม่มาก การเปลี่ยนแว่นตาอาจช่วยให้สายตาดีขึ้นได้ แต่ถ้ามีอาการตามัวมากๆ ควรได้รับการรักษาโดยวิธีผ่าตัดเอาเลนส์ที่ขุ่นมัวออก วิธีการผ่าตัดทำได้ 2 วิธี

-  Phacoemulsification (การสลายต้อโดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง) เป็นวิธีที่นิยมที่สุด โดยการเจาะรูเล็กๆ แล้วใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) สลายเลนส์และดูดออก

-  Extracapsular โดยการผ่าตัดด้วยมือ เป็นแผลเล็กๆ แล้วเอาเลนส์ที่ขุ่นออก แล้วทำการเย็บเพื่อปิดแผล

       หลังจากเอาเลนส์เดิมออกแล้ว แพทย์ก็จะใส่เลนส์เทียมเข้าแทนที่เลนส์เดิม หลังผ่าตัดอาจจะมีอาการระคายเคืองตา  และจะต้องใส่ฝาครอบตาป้องกันการขยี้ตา 1-2 สัปดาห์ และมีความจำเป็นต้องสวมแว่นตาสำหรับการอ่านหนังสือ เนื่องจากเลนส์ที่ใส่เข้าไป จะมองเห็นได้ชัดในระยะไกลเท่านั้น การอ่านหนังสือจึงจำเป็นต้องใส่แว่นตาช่วยในการมองเห็นระยะใกล้

หลังผ่าตัดหากมีอาการเหล่านี้ให้รีบมาพบแพทย์

  • ตามองไม่เห็น หรือตามัวลงกว่าเดิม
  • ปวดตาตลอด
  • ตาแดงมากขึ้น มีขี้ตามาก
  • เห็นแสงแว่บๆ ในตาคล้ายแสงแฟลช
  • คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะมาก

การป้องกัน

  • งดสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์

ต้อกระจกที่เป็นมาก อาจเกิดต้อหินแทรกซ้อน และทำให้การรักษายากยิ่งขึ้น


Call Center : 0-5393-6900-1/ คลินิกจักษุ : 0-5393-6948
Line iD : @sriphatcenter