โรคข้อเข่าเสื่อม

เอกสารประกอบ  

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร PI-IMC-101-R-00


        โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่มีการสึกกร่อนของผิวข้อเข่า ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าไม่เรียบ มีการเสียดสีของกระดูก เป็นกระบวนการเสื่อมตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ 



อาการของข้อเข่าเสื่อมมีอะไรบ้าง ?

        • ปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อเข่า บางครั้งอาจจะมีอาการปวดและรู้สึกตึงบริเวณข้อพับด้านหลังของเข่า

          อาการบวมบริเวณข้อเข่า เนื่องจากมีน้ำในข้อเข่าซึ่งเกิดจากการอักเสบภายในข้อ

          ข้อยึดติด และไม่สามารถเหยียดงอเข่าได้เหมือนปกติ

          มีอาการเสียวภายในข้อเวลาเดิน บางครั้งมีอาการอ่อนแรง ต้นขาลีบ

          ขาโก่งผิดรูป



ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม ?

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งได้แก่

          พันธุกรรม - โดยมีหลักฐานปรากฏบางอย่างที่เชื่อว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรม ในการทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อม

          น้ำหนัก - น้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้นกว่าปกติ

          อายุ - เมื่ออายุมากขึ้นความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของผิวข้อกระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายขึ้น

          เพศ - ผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย

          เคยได้รับอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่ามาก่อน รวมถึงได้รับอันตรายจากการเล่นกีฬา เช่น หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด

          เล่นกีฬาที่มีแรงกระทบต่อเข่ามากๆ เช่น ฟุตบอล, นักวิ่งมาราธอน, เทนนิส

 

รู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ ?

แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยภาวะโรคของข้อเข่าเสื่อม

        1. อาการของผู้ป่วยที่มีอาการปวด ร่วมกับการตรวจร่างกายที่พบความผิดปกติของข้อ เช่น ขาโก่งผิดรูป

        2. ภาพถ่ายเอกซเรย์ที่พบมีการแคบลงของข้อเข่าซึ่งเกิดจากการสึกกร่อนของผิวข้อ, มีกระดูกงอกรอบๆข้อ

 


เมื่อเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วจะมีวิธีการรักษาอย่างไร ?

        อย่างแรกสุดต้องรักษาอาการปวด อาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับระยะของโรค ดังนั้น การรักษาต้องปรับตามแต่ละบุคคล การรักษาส่วนใหญ่ คือ

        1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ป่วย เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ, นั่งท่าขัดสมาธิ, การลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงการยกของหนัก, หรือการใส่เครื่องช่วยพยุงเข่า

        2. การใช้ยา ซึ่งมีการใช้ยา 2 กลุ่มคือ

             ยาลดปวดและลดการอักเสบภายในข้อเข่า

              ยากลูโคซามีน ซึ่งมีฤทธิ์เสริมสร้างกระดูกอ่อน, ช่วยการหล่อลื่นของข้อ ทำให้ยับยั้งหรือลดกระบวนการทำลายของข้อ

        3. การบริหารเข่า (ดูรายละเอียดในส่วนกายภาพบำบัดของโรคข้อเข่าเสื่อม)

        4. การฉีดยาเข้าข้อเข่า

              สารน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า ทำให้ลดอาการปวดเข่าลงได้ และสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ดีขึ้น

              ยาสเตียรอยด์ มักฉีดเข้าไปยังบริเวณข้อเข่าที่มีอาการปวดมากๆ ซึ่งมักเป็นระยะสุดท้ายของโรคข้อเข่าเสื่อม ยานี้มักจะลดอาการปวดได้นานประมาณ 3 เดือน อย่างไรก็ตามยาสเตียรอยด์มีผลเสียต่อกระดูกอ่อนของผิวข้อโดยตรงเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่ควรฉีดยาเข้าข้อบ่อยครั้ง

        5.การผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องล้างข้อเข่า, การผ่าตัดเปลี่ยนข้อ




ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter