เมื่อเข่าเสื่อมถึงครา ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

นพ.ภูธร สังขรักษ์

ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-141-R-00

 



หมอว่าป้าควรจะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมดีมั้ย”  เป็นคำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่มาตรวจที่ห้องตรวจศัลยกรรมกระดูกและข้อ และอาจมีคำถามอื่นตามมาอีก เช่น “ผ่าแล้วจะเดินได้มั้ย”  “อันตรายหรือเปล่า” “พักฟื้นนานมั้ย”  “เจ็บไหมหมอ” “ป้าแก่มากแล้ว จะผ่าไหวมั้ย”

ผู้ป่วยหลายๆ ท่านอาจไม่ได้มาพบแพทย์เป็นครั้งแรก หรือเคยได้รับคำแนะนำมาบ้างแล้ว เป็นเรื่องปกติที่อาจมีความกังวลในหลายๆ ด้านอยู่ และต้องการปรึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น หลายท่านเมื่อมีความมั่นใจก็ตัดสินใจที่จะผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่จะช่วยพิจารณาในการตัดสินใจผ่าตัดมีดังนี้


สภาวะของผู้ป่วย

ผู้สูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมปานกลางถึงมากที่ลงเอยด้วยการผ่าตัด นอกจากอาการปวดแล้ว มักประสบปัญหา คือ

1. ไม่สามารถดำรงชีวิตในสภาวะเดิมๆ ได้

2. ต้องการการช่วยเหลือดูแลที่มากขึ้น เช่น ต้องมีคนช่วยพยุงเดิน หรือช่วยเหลือขึ้นลงจากรถ

3. คุณภาพชีวิตลดลง

4. ระดับการเคลื่อนไหวหรือการเคลื่อนย้ายลดลง เช่น ต้องนอนติดเตียงเกือบตลอดเวลา

ปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขมักจะแย่ลง หรือทำให้เกิดปัญหาด้านอื่นตามมา เช่น ผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมมากไม่สามารถเดินออกกำลังกายได้ ก็จะมีปัญหาการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดตามมา หากปล่อยไว้นานมากขึ้น ร่างกายก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดหากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดในขณะที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง ก็จะทำเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย หรือการฟื้นฟูร่างกายทำได้ช้ากว่าปกติ

ก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสภาพร่างกาย โดยการตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การเอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากพบว่ามีความผิดปกติก็จะได้รับการส่งปรึกษาแพทย์เฉพาะด้านต่อไป ผู้ป่วยที่มีอายุมากๆ หากมีสภาพร่างกายที่พร้อมก็สามารถผ่าตัดได้

 

ข้อดีของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม    

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แพทย์จะทำการตัดแต่งผิวข้อที่สึกออกไป ปรับแต่งเนื้อเยื่อและเส้นเอ็นให้กระชับและสมดุล ใส่ข้อเทียมที่ทำจากโลหะโดยยึดกับกระดูกด้วยซีเมนต์ และใส่แผ่นรองข้อเพื่อรองรับเวลาลงน้ำหนัก หลังการผ่าตัดข้อเข่าที่ผิดรูปจะอยู่ในแนวที่ตรงขึ้น เมื่อแผลหายดีแล้ว ความเจ็บปวดที่เกิดบริเวณผิวข้อที่เสื่อมจะลดลงหรือหายไป และมีการใช้งานที่ดีขึ้น เช่น สามารถเดินได้ไกลโดยไม่เจ็บปวด อาจไม่ต้องพึ่งพาเครื่องช่วยพยุง สามารถขึ้นลงบันไดได้คล่องตัวมากขึ้น

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาโรคประจำตัวหรือสูงอายุมากๆ การรับประทานยาแก้ปวดปริมาณมากหรือยาวนาน อาจส่งผลต่อร่างกาย เช่น ตับไตมีปัญหา กระเพาะอักเสบเป็นแผล หรือผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด การผ่าตัดจะช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาแก้ปวดในระยาวได้


ข้อเสียและภาวะแทรกซ้อน

อัตราการการเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยรวมแล้วอยู่ในระดับต่ำ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อ มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า 2% ส่วนโรคแทรกซ้อนสำคัญอื่นๆ มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้หลังการผ่าตัดในช่วงแรก ได้แก่ การติดเชื้อที่แผลหรือที่ข้อเทียม การอุดตันของลิ่มเลือดที่หลอดเลือดดำ การบาดเจ็บต่อเส้นเลือดและเส้นประสาท หรือ ข้อเข่าติด

ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ได้แก่ การติดเชื้อที่ข้อเทียม การสึกหรือหลวมของข้อเทียม ความปวดที่แก้ไม่หายหรือปวดมากขึ้น

 

ความเจ็บปวดในช่วงแรกหลังการผ่าตัด

ศัลยแพทย์และวิสัญญีแพทย์จะใช้กรรมวิธีหลากหลายรูปแบบในการขจัดความเจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็น การใช้ยาแก้ปวดหลายชนิดร่วมกัน การระงับปวดเฉพาะที่ การฉีดยาระงับปวดสูตรผสมรอบๆ เข่า ซึ่งกรรมวิธีเหล่านี้ร่วมกันพบว่าสามารถขจัดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในช่วงแรกได้เป็นอย่างดี ลดขนาดยาและผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ของยาได้ สามารถทำกายภาพฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วและสร้างความพึงพอใจหลังการผ่าตัดได้ดี โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถเริ่มการขยับลุกเดินโดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่วง 1-2 วันแรก และสามารถทำกิจกรรมที่มากขึ้น เช่น เดินได้ไกลขึ้น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือขับรถได้ตั้งแต่ช่วง 6-8 สัปดาห์ขึ้นไปหลังการผ่าตัด


ความคาดหวังของผู้ป่วย

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือ ความเข้าใจของผู้ป่วยว่าการผ่าตัดจะให้ผลที่อย่างที่ต้องการได้เพียงใด มากกว่า 90% ของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดจะมีความปวดลดลงอย่างมากและมีการใช้งานสำหรับกิจวัตรประจำวันทั่วไปได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้ข้อเข่าเทียมจะมีอายุการใช้งานได้หลายปีแต่ก็สึกหรอได้เร็วขึ้นหากมีการใช้งานที่มากเกินหรือต้องรับน้ำหนักมาก แพทย์ส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้ใช้งานที่มีการกระทบกระแทกรุนแรงเช่น วิ่ง กระโดด หรือเล่นกีฬาผาดโผน ดังนั้น ผู้ป่วยควรแจ้งความคาดหวังและความต้องการของการผ่าตัด ร่วมกับการทำความเข้าใจถึงผลการผ่าตัดที่จะเกิดขึ้นกับแพทย์ผู้ผ่าตัด หากมีคำถามหรือข้อสงสัยประการใด ควรสอบถามกับแพทย์ให้เกิดความกระจ่างก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter