การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

นพ.ชัยวรรธน์  ประดิษฐ์ทองงาม

และทีมงานศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ ภาคเหนือ

รหัสเอกสาร PI-GI_IMC-002-R-00




         การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เป็นการตรวจเยื่อบุลำไส้ใหญ่ โดยใช้กล้องขนาดเล็กที่พับงอได้ กล้องมีขนาดความยาวประมาณ 180 เซนติเมตร ใส่ผ่านทางทวารหนักเข้าไปในลำไส้ใหญ่ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของเยื่อบุผนังลำไส้ด้านใน ตั้งแต่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายบริเวณทวารหนักไปจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนต้น หรือส่วนต่อของลำไส้ใหญ่กับลำไส้เล็ก ซึ่งแพทย์นอกจากใช้กล้องส่องทำการตรวจได้แล้ว ยังสามารถตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา หรือตัดเอาติ่งเนื้อที่มีขนาดไม่ใหญ่มากออกมาได้โดยผ่านกล้องส่องนี้


บุคคลใดบ้างที่ควรได้รับการตรวจ

         1. ผู้ที่มีอาการผิดปกติของระบบลำไส้ใหญ่ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด หรือเป็นเลือดสด ท้องผูกเรื้อรัง หรือท้องเสียเรื้อรัง เป็นต้น

         2. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่

                  2.1 ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ที่มีการขับถ่ายผิดไปจากเดิม

                  2.2 ผู้ที่มีญาติทางสายโลหิตใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือผู้ที่มีการเจ็บป่วยเรื้อรังของลำไส้บางอย่าง จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าคนอื่น

         3. ผู้ที่รับการตรวจเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้ง (barium enema) หรือการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT colonography) แล้วพบความผิดปกติ

         4. ผู้ที่รับการตรวจอุจจาระ พบเลือดหรือผลิตภัณฑ์ของเลือดในอุจจาระ

         5. ผู้ที่เคยมีประวัติมีก้อนในลำไส้ใหญ่มาก่อน

         6. ผู้ที่ขอรับการตรวจเพื่อการรักษา เช่น ตัดติ่งเนื้อ (polyp) จากลำไส้ ทำหัตถการหยุดเลือดที่ออกในลำไส้ใหญ่ หรือนำสิ่งแปลกปลอม (foreign body) ออกจากลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

การเตรียมตัวก่อนตรวจการตรวจลำไส้ใหญ่

         1. กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบ เมื่อท่านมีประวัติหรือความผิดปกติเหล่านี้

         - ประวัติการแพ้ยา

         - มีปัญหาโรคหัวใจ โรคปอด

         - ตั้งครรภ์

         - มีประวัติการส่องกล้องก่อนหน้านี้

           - ประวัติการทานยา เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือดแข็งตัว เป็นต้น

         - ถ้าท่านมีโรคประจำตัวและต้องทานยาอยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่า ท่านจำเป็นต้องงดยาในวันตรวจหรือไม่

         2. ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเตรียมลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ยาระบาย เพื่อให้การส่อง กล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทำได้อย่างปลอดภัย และสามารถทำการวินิจฉัยโรคได้ชัดเจน โดยปราศจากผลแทรกซ้อน การมีอุจจาระค้างอยู่ ก่อให้เกิดผลเสีย คือ อาจไปบังบริเวณรอยโรค หรือถ้าอุจจาระมีมาก จะทำให้การใส่กล้องส่องตรวจเป็นไปได้ยาก หรืออาจต้องยกเลิกการตรวจครั้งนั้นไป

         3. หลังจากการกินยาระบาย ให้งดอาหารและน้ำดื่ม จนกว่าจะทำการตรวจแล้วเสร็จ

         4. ให้ญาติมาด้วยในวันนัดตรวจ เพื่อฝากของมีค่าในระหว่างรับการตรวจ และรอรับผู้ป่วยกลับภายหลังการตรวจ

         5. ในกรณีที่แพทย์ต้องใช้ยาระงับความรู้สึก เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลายขณะตรวจ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการง่วงเป็นระยะเวลาหนึ่งภายหลังการตรวจ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีญาติมาด้วยเพื่อนำผู้ป่วยกลับบ้าน เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยขับรถเองเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนการส่องตรวจ

          1. เมื่อผู้ป่วยหรือผู้รับการตรวจมาถึง ให้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมให้ ถอดแว่นตา นาฬิกา คอนเทคเลนส์ ฟันปลอมและของมีค่าฝากญาติไว้

         2. ผู้ป่วยลงนามในใบยินยอมรับการตรวจรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจ กรณีที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ผู้ปกครองลงนามอนุญาตแทน และรับทราบความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการตรวจหรือรักษา

         3. ผู้ป่วยจะได้รับสารละลาย (น้ำเกลือ) ทางหลอดเลือด

         4. ผู้ป่วยจะได้รับการจัดท่าให้นอนตะแคงซ้าย สะโพกชิดขอบเตียง งอเข่าทั้งสองข้างชิดอก

         5. แพทย์จะฉีดยาระงับความรู้สึกเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและง่วง จากนั้นแพทย์จะทำการสอดใส่กล้องส่องตรวจ เมื่อพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ขณะตรวจผู้ป่วยอาจรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระหรือแน่นอึดอัดท้อง เนื่องจากแพทย์เป่าลมให้ลำไส้ขยาย เพื่อให้การส่องกล้องตรวจเห็นได้ชัดเจน และแพทย์จะดูดลมออกหลังจากส่องตรวจเสร็จ

         6. ระยะเวลาในการส่องกล้องตรวจประมาณ 20-45 นาที หลังจากนั้นผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้น และแพทย์จะแจ้งผลของการส่องกล้องให้กับผู้ป่วยหรือญาติต่อไป

** การให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดจะทำเฉพาะผู้ป่วยที่มีผู้ติดตามมาด้วยเท่านั้น

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยหลังการตรวจ

         1. ผู้ป่วยที่รับตัวไว้ในห้องพักฟื้นจะนอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อสังเกตอาการภายหลังจากการได้รับยาระงับความรู้สึกระหว่างการตรวจ และเพื่อสังเกตว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดีแล้วก็สามารถดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารได้ และให้ญาติรับกลับบ้านได้ โดยทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยขับยานพาหนะเอง

         2. ภายหลังส่องกล้อง ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่น อึดอัดท้อง เจ็บบริเวณท้องน้อยหรือทวารหนัก อาการเหล่านี้จะค่อยๆทุเลาลงและหายไปเมื่อได้เรอหรือผายลมแล้ว

         3. ผู้ป่วยอาจจะมีเลือดปนอุจจาระออกมาเล็กน้อยได้ ถ้ามีเลือดออกมามากผิดปกติให้พบแพทย์โดยด่วน

         4. หลังการตรวจหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

         5. ผู้ป่วยไม่ควรทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร การขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมภายใน 24 ชั่วโมงหลังตรวจ เนื่องจากยาระงับความรู้สึกอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจและอาจจะมีปฏิกิริยาต่างๆ ต่อร่างกายได้

   
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter